ปัจจัยสู่ความสำเร็จในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง (วังหว้า) อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
การศึกษานี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีดำเนินการจัดการขยะมูลฝอย ปัญหา อุปสรรคในการจัดการขยะ และปัจจัยสู่ความสำเร็จในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง(วังหว้า) อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interviews) ผู้ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาขยะ ประกอบด้วย ประธานชุมชน ประชาชนในชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง(วังหว้า) ผู้บริหารเทศบาลตำบลเมืองแกลง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเมืองแกลง และผู้ประกอบการในชุมชน รวมทั้งสิ้น 20 คน นำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content analysis) ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยองเริ่มดำเนินการบริหารจัดการขยะมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชนทำหน้าที่ในการบริหารจัดการขยะ โดยนโยบายการจัดการขยะของชุมชนมาจากสำนักงานเทศบาลตำบลเมืองแกลง เป็นผู้กำหนด นำสู่ปฏิบัติโดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชน โดยเริ่ม “ตั้งแต่ตัวเอง ครอบครัว และชุมชน” ด้วยวิธีการ 3Rs ประกอบด้วย ลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยการคัดแยกขยะในครัวเรือนก่อนนำไปทิ้ง ส่วนขยะที่ดีนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า ขายออกสู่ตลาด มีการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์โดยการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมัก กระบวนการทั้งหมดทำอย่างต่อเนื่องตลอดมา ปัญหา อุปสรรคในการจัดการขยะของชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง(วังหว้า) คือจำนวนประชากรที่พักอาศัยมีจำนวนมากและหนาแน่น พื้นที่ในการจัดการขยะไม่มี อีกทั้งยังมีบุคคลที่มาพักอาศัยชั่วคราวและบุคคลภายนอกที่เข้ามาในชุมชน ทำให้เกิดขยะทั่วไปที่ไม่มีการคัดแยก จากสนามเด็กเล่นและสวนสาธารณะในชุมชนและจากการศึกษายังพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการขยะ ได้แก่ ปัจจัยด้านโครงสร้างของชุมชนที่ประกอบด้วยการมีคณะกรรมการชุมชนในการทำหน้าที่ในการบริหารจัดการขยะ มีนโยบายที่ชัดเจนและนำนโยบายไปปฏิบัติโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆและการที่ได้เรียนรู้ และน้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาต่อยอดเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการขยะ ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการขยะในชุมชนบ้านเอื้ออาทรระยอง(วังหว้า) และสร้างความพึงพอใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นอย่างยิ่ง จากการศึกษาจึงควรให้การสนับสนุนชุมชนในการบริหารจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งความรู้ งบประมาณ อุปกรณ์ เพื่อให้ประชาชนมีกำลังใจและร่วมมือในการจัดการขยะของชุมชน รวมถึงการกำหนดนโยบายที่ประชาชนสามารถเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง จะทำให้สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาขยะที่ยั่งยืนในชุมชนต่อไป
The purposes of this research were to study the methods for the management of waste, the barriers to effective waste management and factors contributing to the success of waste management of Ban Ua Arthorn Community, Rayong (Wang Wa), Klaeng District, Rayong Province.The research methodology were semi-structured interview.There were a total of 20 interview participants including the community leader, the residents, the administrators of the Municipal Council, and entrepreneurs in the community. The data were analyzed by using content analysis technique. The findings indicate that the community has implemented waste management since 2013. The project has been managed by the community leader and the committee by adopting waste management guidelines from the Muang Klaeng Sub district Municipality Office. In cooperation with the residents, the guidelines were put into practice starting at the individual level, to family, and community level by applying the 3 Rs Theory – reduce, reuse, and recycle. Household waste is separated before disposal, some items are taken to recycle while organic waste is used to produce compost. However, the community also faced waste management problem caused by the population growth and people outside of the community moving in. This resulted in poor waste management, and also garbage found on the ground in the park and the playground regularly. However, the cooperation between the community committee and the residents, along with supports from other responsible parties and application of the sufficiency economy philosophy have contributed to the success in effective solid waste management in Ban Ua Arthorn Rayong (Wang Wa) Community resulting in all stakeholders being satisfied. From the study, it can be concluded that supports, such as education, budget and equipment, should be provided properly in order to encourage public participation and continue the effectiveness of waste management. Not only the supports, but the policies and guidelines should also be practical so that it will lead to sustainable solution for the waste management problem.