เป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมของการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย
Environmental goals of Investment promotion in Thailand
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เป้าหมายมุ่งเน้นศึกษาการส่งเสริมการลงทุน ผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียว และต้นทุนสิ่งแวดล้อม ในประเทศไทยโดยศึกษาข้อมูลจำนวนเงินลงทุนและโครงการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั้ง 8 หมวดกิจการ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียว และต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรม 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น อุตสาหกรรมการผลิตยางแผ่นและยางแท่ง อุตสาหกรรมการผลิตเหล็กขั้นกลาง อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ และอุตสาหกรรมการทำเหมืองหินปูน เลือกการศึกษาการส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ กิจการโรงกลั่นน้ำมัน กิจการผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ กิจการทำเหมือง และ/หรือ แต่งแร่โปแตซ กิจการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี กิจการผลิตเหล็กขั้นกลาง ได้แก่ เหล็กแท่งแบน เหล็กแท่งยาว และเหล็กแท่งใหญ่ กิจการผลิตเยื่อกระดาษหรือกระดาษ และกิจการผลิตจากกระดาษ โดยคิดเป็นร้อยละ 10.60 ของจำนวนเงินลงทุนรวมทั้งหมด จากการวิเคราะห์การส่งเสริมการลงทุนรวม ปีพ.ศ. 2559-2562 พบว่า อุตสาหกรรมการกลั่นปิโตรเลียม มีเงินลงทุนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 6.46 ของเงินลงทุนรวมทั้งหมด และอุตสาหกรรมเหล็กขั้นกลาง มีเงินลงทุนน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 0.08 ของเงินลงทุนรวมทั้งหมด ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่ ไม่มีโครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุนจึงไม่มีเงินลงทุนการส่งเสริมการลงทุน แนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียว ในปีพ.ศ. 2559 และพ.ศ. 2560 อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม มีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 9.33 และร้อยละ 9.99 ของค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ ตามลำดับ และอุตสาหกรรมเหล็กขั้นกลาง มีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวน้อยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 0.15 ของค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ ทั้ง 2 ปี ต้นทุนสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมมีจำนวนมากที่สุดที่ 22,125 ล้านบาท คิดเป็นต้นทุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิล (Depletion cost) จำนวน 16,086 ล้านบาท และมลสารสู่อากาศและมลสารสู่น้ำ (Degradation cost) จำนวน 6,039 ล้านบาท การเปรียบเทียบสัดส่วนการส่งเสริมการลงทุนกับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวใน 6 อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม มีสัดส่วนการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดที่ร้อยละ 6.46 โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวมากที่สุดเช่นเดียวกันที่ร้อยละ 59.71 และอุตสาหกรรมการเหล็กขั้นกลาง มีสัดส่วนการส่งเสริมการลงทุนน้อยที่สุดที่ร้อยละ 0.08 โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวน้อยที่สุดเช่นกันที่ร้อยละ 0.88 โดยทั้งนี้อุตสาหกรรมการทำเหมืองหินปูน ไม่มีโครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุนจึงไม่มีสัดส่วนการส่งเสริมการลงทุน โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวที่ร้อยละ 3.46 และการเปรียบเทียบการส่งเสริมการลงทุนและต้นทุนสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม มีการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดที่ 160,479.9 ล้านบาท โดยมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเช่นเดียวกันที่ 22,125 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเหล็กขั้นกลาง มีการส่งเสริมการลงทุนน้อยที่สุดที่ 1,894 ล้านบาท โดยมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเช่นเดียวกันที่ 818 ล้านบาท ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษา ได้แก่ รัฐควรมีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กขั้นพื้นฐาน เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิล และมลสารสู่อากาศและมลสารสู่น้ำน้อยที่สุด นอกจากนี้ รัฐควรให้เงินสนับสนุนอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมในการลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิล และป้องกันการเกิดมลสารสู่อากาศและน้ำ ทั้งนี้ยังพบว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีการส่งเสริมการลงทุนที่มีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศระดับสูง
The objective of this study is investment promotion, Green gross domestic product and environmental costs in Thailand. By studying the amount of investments and projects that have been approved for investment promotion in all 8 sectors, Gross domestic product , Green gross domestic product and environmental cost industry sector 6 target industries namely petroleum refining industry, upstream petrochemical industry, rubber sheet and block rubber production industry, intermediate steel industry, pulp and paper industry and the limestone mining industry. By choosing the investment promotion study namely oil refinery business, products from natural rubber, mining and/or dressing potash mineral business, petrochemical products business, Intermediate steel production business : slab, billet and bloom, pulp or paper production business and the production of paper business, accounted for 10.60% of the total investment. From the analysis of total investment year 2016-2019. Petroleum refining industry having the most investments accounting for 6.46% of the total investment and the Intermediate steel industry having the smallest investment accounting for 0.08% of the total investment. Mining industry there are no projects requesting investment promotion, not have investment promotion funds. Trends in green gross domestic product in 2016 and 2017, the Petroleum refining industry have highest value of green gross domestic product is 9.33% and 9.99% of the gross domestic product respectively and the intermediate steel industry have smallest of green gross domestic product 0.15% of the gross domestic product all 2 years. Environmental costs in the petroleum refining industry has the highest amount at 22,125 million baht, accounting for cost of natural resources and fossil fuels (depletion cost) of 16,086 million baht and pollutants from air borne emission and water borne emission (degradation cost) of 6,039 million baht. Proportion comparison of investment promotion and proportion of green gross domestic product in 6 industries, petroleum refining industry has the highest proportion of investment promotion is 6.46%, with same the highest proportion of green gross domestic product at 59.71% and the intermediate steel industry has the smallest proportion of investment promotion is 0.08%, with same the smallest proportion of the green gross domestic product at 0.88%, mining industry there are no projects requesting investment promotion, so there is no proportion of investment promotion. with has proportion of green gross product at 3.46% and comparison of investment promotion and environmental cost petroleum refining industry with the highest investment promotion at 160,479.9 million baht, with the same highest environmental cost at 22,125 million baht and the intermediate steel industry with the least investment promotion at 1,894 million baht, with same the least environmental cost at 818 million baht Suggestions from study results including the government should be promoted investment, there should be investment promotion intermediate steel industry because it is an industry has the smallest produces environmental costs that affect the use of natural resources and fossil fuels and pollution from air borne emission and water borne emission, in addition the government should provide financial support petroleum refining industry to reduce the cost of natural resources and fossil fuels and prevent the formation of pollutants into air and water. However, it is found that the industry has promoted investment with a high gross domestic product.